พลูจีนอล

แสดงทั้งหมด 5 ผลลัพท์

ยาครีมสมุนไพร

โรคผิวหนังเป็นโรคเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยและทุกฤดูกาล อย่างปัญหาผดผื่นคันต่างๆ และการใช้สมุนไพรรักษาก็สามารถแก้ปัญหาผิวหนังได้ ได้แก่ พญายอ พลู บัวบก


ไพลและพริก

ไพล 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.

วงศ์ : ZINGIBERACEAE

ชื่ออื่นๆ ปูเลย (ภาคเหนือ) ,ว่านไฟ (ภาคกลาง) ,ว่านปอบ (ภาคอีสาน) , มิ้นสะล่าง (รัฐฉาน-แม่ฮ่องสอน)

ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

ส่วนเหง้าและน้ำมัน : รักษาอาการบวม ฟกช้ำและอักเสบ

 สารสำคัญที่ออกฤทธิ์

  • สารออกฤทธิ์ต้านการอักเสบในไพล ได้แก่ เคอร์คิวมิน,น้ำมันระเหย, butadiene
  • สารออกฤทธิ์แก้ปวด ได้แก่ cassumunarins, but-3-en-l-ol 

ฤทธิ์ทางยาไพล

  • ฤทธิ์ลดการอักเสบ เมื่อทดลองนำครีมไพล (ไพลจีซาล) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันไพลร้อยละ 14 ไปใช้ในผู้ป่วยข้อเท้าแพลง โดยให้ทาวันละสองครั้ง พบว่าสามารถลดการปวดบวมได้มากกว่ากลุ่มควบคุมเมื่อใช้ไปได้ 4 วัน และมีการกินยาแก้ปวด (paracetamol) ในสองวันแรกน้อยกว่ากลุ่มควบคุมด้วย ผู้ป่วยที่ได้รับไพลจีซาลสามารถงอข้อเท้าได้มากกว่ากลุ่มควบคุม 

         เมื่อนำน้ำมันไพลที่อยู่ในรูปของเจล (ไพลเจล) มาทดสอบ พบว่าไพลเจลสามารถลด การอักเสบของอุ้งเท้าหนูได้ โดยสามารถลดการบวมได้เทียบเท่ากับ piroxicam gel ทั้งยังลดความแดงและบรรเทาอาการปวดได้ด้วย

การทดสอบสาร phenylbutenoids ในไพลจำนวน 7 ชนิด ต่อการยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการอักเสบ คือ cyclooxygenase-2 พบว่ามีสาร 4 ชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าว เป็นสาร phenylbutenoid dimer 2 ชนิดและสาร phenylbutenoid monomer 2 ชนิด 

  • ฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ น้ำคั้นหัวไพลมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ และช่วยลดอาการปวด
  • ฤทธิ์แก้ปวด สาร (E)-4 (3',4'-dimethylphenyl) but-3-en-l-ol จากไพลมีฤทธิ์แก้ปวดเมื่อทดสอบในหนูแรท (10) และไพลเจลมีฤทธิ์แก้ปวดเมื่อใช้เป็นยาทาภายนอก

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

1. ไพลอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง และเกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้
2. การใช้ครีมไพลห้ามใช้ทาบริเวณขอบตา เนื้อเยื่ออ่อน และบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีแผลเปิด
3. ไม่แนะนำให้ใช้สมุนไพรชนิดนี้กับสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรและเด็กเล็ก

 

 

พริก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Capsicum frutescens L.

พริก ภาษาอังกฤษ : Chili, Chilli Pepper แต่ถ้าเป็นพริกขนาดใหญ่ ๆ ที่มีรสอ่อน ๆ เราจะเรียกว่า Bell pepper, Pepper, Paprika, Capsicum 

ถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ มีการนำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นแล้ว

พบสารแคปไซซิน (Capsaisin) ได้ในพริกแทบทุกชนิด
สารสำคัญที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดร้อน คือ แคปไซซิน (Capsaisin) พบได้ในพริกแทบทุกชนิด รวมทั้งในพริกไทยและขิง พริกกะเหรี่ยงจะมีสารแคปไซซิน มากกว่าพริกพันธุ์อื่นๆ และมีมากในส่วนรกของพริก มีโครงสร้างเป็น vanilly amide สารแคปไซซินออกฤทธิ์โดยทำให้เกิดการปลดปล่อยของสารซับสแตนซ์ พี (substance P) ซึ่งเป็นสารสื่อนำสัญญาณประสาท (Ncurotransmitter) ส่งผ่านความรู้ปวดจากเซลล์ประสาทไปยังสมอง หลังจากได้รับแคปไซซินซ้ำๆ จะทำให้สารนี้หมดไปจนไม่สามารถสื่อนำได้ อาการเจ็บปวดจะลดลง

เจลพริกคือแคปไซซินในรูปแบบเจล
องค์การเภสัชกรรมได้พัฒนา ตำรับเจลพริกโดยนำพริกกะเหรี่ยงของไทยมาสกัด แล้วผลิตในรูปแบบเจลที่สามารถรักษาคุณค่าของสารแคปไซซิน ให้มีความเข้มข้นร้อยละ ๐.๐๒๕ ได้และควบคุมกำจัดให้ปลอดจากเชื้อรวมทั้งสารปนเปื้อนอื่นๆ ภายใต้กระบวนการผลิตที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP & ISO 90002 เหมาะสำหรับรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดแบบเรื้อรัง ปวดปลายมือ ปลายเท้า ปวดจากโรคงูสวัด ปวดจากโรคข้ออักเสบ และปวดแผลผ่าตัด (ใช้ทารอบแผลเท่านั้น) 

พลูและบัวบก

 พลู

ชื่อท้องถิ่น : พลูเหลือง, พลูทอง, พลูจีน (ทั่วไป), เปล้าอ้วน, ซีเก๊ะ , ซีเก๊าะ (ภาคใต้),กื่อเจี่ย (จีนแต้จิ๋ว), จวีเจียง (จีนกลาง)

ชื่อวิทยาศาสตร์  :Piper betle Linn.

ชื่อสามัญ : Bettle Piper , Bettle leaf vine

วงศ์ : PIPERACEAE

ถิ่นกำเนิดพลู
พลูมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นในแถบเอเชียใต้ เช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ ฯลฯ (แต่อีกตำราหนึ่งระบุว่าพลูมีต้นกำเนิดมาจากประเทศมาเลเซีย) โดยพบว่าพลูมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ทั่วโลก

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial activity) : สารสกัดจากใบพลูที่สกัดด้วยน้ำ มีสารสำคัญคือ hydroxychavicol, fatty acid และ hydroxybenzenacetic acid มีฤทธิ์ต้านเชื้อ Streptococcus mutans S, aureus, B. cereus, K. pneumonia และ E. coli
  • ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา (Antifungal activity) : มีการศึกษาพบว่าสารสกัดด้วยเอทานอลจากใบพลูมีความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้หลายชนิดเช่น Colletotrichum capsici, Fusarium pallidoroseum, Botryodiplodia theobromae, Altemaria altemate, Penicilium citrinum, Phomopsis caricae-papayae และ Aspergillus niger 
  • ฤทธิ์การต้านอักเสบ (Anti-inflammatory activity) : การศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบจากสารสกัดที่ได้จากพลู พบว่าสารสกัดจากใบพลูอบแห้งทีสกัดด้วยเอทานอล 95% มีสารสำคัญที่มีฤทธิ์ต้านการอับเสบคือ allylpyrocatechol จะป้องกันการทำลาย kappa B inhibitor (IKB) มีผลยับยั้งการทำงานของ transcription ขึ้น ส่งผลให้มีการกระตุ้นการทำงานของ macrophage น้อยลง ทำให้เกิดการอักเสบลดลง
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free radlcal scavenging activity) : จาการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบพลูมีผลในการยับยั้งการเกิดกระบวนการ lipid peroxidation ที่เกิดจากการกระตุ้นด้วยรังสีแกมมา และมีผลทำให้ปริมาณของ glutathione เพิ่มขึ้น ซึ่ง glutathione มีส่วนสำคัญในกระบวนการ detoxification โดยจะไปทำการควบคุมและรักษาระดับของปฏิกิริยา redox และ thiol homeostasis ในตับ ซึ่งมีผลในการควบคุมการเกิดปฏิกิริยา cellular oxidative และยังพบว่าสารสกัดใบพลูมีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซน์ superoxide dismutase (SOD) แต่ในทางตรงกันข้ามพบว่า การทำงานของเอนไซน์ catalase ลดลง 
  • ฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน (lmmunomodulating Activity) : จากการศึกษาพบว่าสารสกัดพลูด้วยเอทานอล มีผลลดการหลั่ง histamine และ GM-CSF ซึ่งเป็นผลมาจากการกระตุ้นของ lgE ที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยา hypersensitive อย่างมีนัยสำคัญ และสารสกัดพลูจากเอทานอลยังมีผลในการยับยั้งการหลั่ง eotaxin และ IL-8 ซึ่งมาจากจากการกระตุ้นของ TNF-αและ IL-4 ในปฏิกิริยา allergic reaction นอกจากนี้ยังพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากพลูมีผลต่อการกระบวนการ phagocytosis ของ macrocytes ในหนูถีบจักร และน้ำมันหอมระเหยจากพลูยังมีผลต่อการเพิ่มจำนวนของ lymphocytes จากม้าม ไขกระดูก ด้วย

บัวบก

ชื่อสามัญ : Gotu kola

บัวบก : ชื่อวิทยาศาสตร์ Centella asiatica (L.) Urb. 

วงศ์ : APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE

ใบบัวบกประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่หลายชนิด เช่น

  • ซาโปนิน (Saponin) หรือ
  • ไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids)
  • เอเชียติโคไซด์ (Asiaticoside)
  • กรดเอเชียติก (Asiatic Acid)
  • มาเดแคสโซไซด์ (Madecassoside) 
  • กรดมาดีคาสสิค (Madecassic Acid)

มีความเชื่อว่าหากใช้ใบบัวบกทาที่ผิวหนังอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสมานบาดแผล ลดเลือนรอยแผลเป็น รวมถึงปัญหาท้องลายที่มีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์

แผลเบาหวาน มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของการรับประทานสารสกัดจากใบบัวบกต่อแผลเบาหวาน โดยแบ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 200 คนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งรับประทานสารเอเชียติโคไซด์ซึ่งเป็นสกัดจากใบบัวบกขนาด 50 มิลลิกรัม และอีกกลุ่มรับประทานยาหลอกจำนวน 2 แคปซูลหลังมื้ออาหารวันละ 3 ครั้ง และมีการประเมินผลทุก 7 วัน

พบว่าแผลของผู้ป่วยที่รับประทานสารสกัดจากใบบัวบกมีการหดรั้ง (Wound Contraction) ที่ดีกว่าและไม่พบผลข้างเคียง หรือกล่าวได้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจมีประสิทธิภาพในการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดผลข้างเคียง 

การนำบัวบกมาใช้เป็นยาภายนอก
รักษาแผล ทำความสะอาดแผลด้วยยาฆ่าเชื้อก่อนทาครีมที่มีสารสกัดจากบัวบกสด 7 % โดยน้ำหนัก ทาบริเวณที่เป็นแผลวันละ 1 – 3 ครั้ง หรือตามแพทย์สั่ง หากใช้แล้วไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ให้หยุดใช้ สำหรับการเก็บรักษาครีมใบบัวบก ควรเก็บไว้ในที่เย็น อุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส

บำรุงผิวหน้า ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสารสกัดใบบัวบกหลายชนิด เช่น ครีมทาหน้า มาสก์พอกหน้า เป็นต้น จึงแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน มากกว่าการเก็บ หรือซื้อใบบัวบกที่อาจมีสารปนเปื้อนมาใช้งานเอง

 

บทความล่าสุด

รูปแบบของอาหารเพื่อสุขภาพ

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ อาหารฟังก์ชั่น มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ตามกระแ

การดูแลรักษาแผลเป็น

แผลเป็น เป็นเรื่องธรรมชาติ เกิดขึ้นหลังจากที่ผิวหนังมีการฉีกขาด จะมีอาการรุนแรงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กั

การดูแลบาดแผลให้หายเร็ว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

เป้าหมายหลักของการดูแลแผลคือ ทำให้แผลหายเร็วที่สุด เพื่อลดผลไม่พึงประสงค์ เช่น แผลเป็น หรือการติดเชื

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะสำหรับการวิเคราะห์และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะของผู้ใช้งาน

บันทึกการตั้งค่า