เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดวันทัช
มี 2 รุ่น ONETOUCH Select Plus Simple และ ONETOUCH Ultra Plus Flex
1. เครื่องรุ่น Select Plus Simple
- ไม่มีปุ่มกด ไม่ต้องตั้งค่า ไม่ต้องใส่ code ใช้งานได้ทันที ไม่ยุ่งยาก
- ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน อุปกรณ์เปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อเสียบแถบตรวจ
- ใช้เลือดน้อยมาก ไม่ต้องเจาะแรงๆ ก็ได้
- เจาะนิ้วไม่เจ็บ ปากกาปรับความลึกในการเจาะได้
- ทนทานมาก
- สะดวกรวดเร็ว
- ตัวเลขขนาดใหญ่ อ่านง่าย
- รูปทรงขนาดเล็กและบาง
2. เครื่องรุ่น Ultra Plus Flex
- ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน อุปกรณ์เปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อเสียบแถบตรวจ
- ใช้เลือดน้อยมาก ไม่ต้องเจาะแรงๆ ก็ได้
- เจาะนิ้วไม่เจ็บ ปากกาปรับความลึกในการเจาะได้
- บันทึกผลที่วัดย้อนหลังได้ 1000 ค่า
- ส่งข้อมูลผลที่วัดได้เข้าแอปพลิเคชั่นในมือถือเพื่อวิเคราะห์ผลต่อได้ ผ่าน Bluetooth
- ทนทานมาก
- ใช้ง่าย สะดวกรวดเร็ว
- ตัวเลขขนาดใหญ่ อ่านง่าย
- รูปทรงขนาดเล็กและบาง
ใน 1 กล่อง ประกอบด้วย
1. เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดวันทัช (พร้อมแบตเตอรี่)
2. ปากกาเจาะเลือด
3. เข็มเจาะปลอดเชื้อ 10 ชิ้น
4. กระเป๋าใส่อุปกรณ์
5. หนังสือคู่มือผู้ใช้
6. คู่มือเริ่มการใช้งานฉบับย่อ
บุคคลกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวาน
- คนอ้วน
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
- คุณแม่ที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
ข้อดีของการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง
- สามารถคัดกรองผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน
- ใช้ตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานเพื่อประเมินผลการรักษาและความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน
- สามารถป้องกันการเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไปในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะภาวะระดับน้ำตาลต่ำกว่า 40 mg/dl จะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
เกณฑ์ระดับน้ำตาลในเลือด
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน : ระดับน้ำตาลก่อนอาหารควรอยู่ระหว่าง 80-130 mg/dl
ระดับน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชั่วโมง ควรน้อยกว่า 180 mg/dl
- คนปกติ : ระดับน้ำตาลก่อนอาหารควรอยู่ระหว่าง 70-99 mg/dl
ระดับน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชั่วโมง ควรน้อยกว่า 140 mg/dl
ภาวะแทรกซ้อนของระดับน้ำตาลในเลือดสูง
- การทำงานของไตเสื่อมลง จนอาจเกิดภาวะไตวายได้
- เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบได้
- เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลายเสียหายได้ ทำให้มีอาการปวดชาตามปลายมือและเท้า
- เกิดโรคแทรกซ้อนทางตา เช่น จอประสาทตาเสื่อม โรคต้อหิน ต้อกระจก
การป้องกันภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง
ระดับน้ำตาลในเลือดมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การป้องกันที่ดีจึงอยู่ที่ความใส่ใจในเรื่องต่อไปนี้
- การรับประทานอาหารที่เหมาะสม
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน
- ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ
ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเป็นโรคเบาหวานนั้นควรรับประทานยาและไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
หากพบความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการควบคุมหรือป้องกันอาการไม่ให้แย่ลง
การเลือกซื้อเครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด ควรพิจารณาดังนี้
- ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก
- คุณสมบัติของเครื่อง เช่น แบตเตอรี่ที่ใช้ มีหน่วยความจำมากในการเก็บข้อมูล
- มีความเร็วในการแสดงผล
- ราคาของเครื่องเหมาะสม
- ราคาของแถบทดสอบหรือตลับทดสอบ ราคาของเข็ม ที่จะต้องซื้อเพิ่ม
- มีข้อมูลการใช้งานจากผู้ผลิต ข้อควรปฏิบัติ คำแนะนำในการใช้ ข้อควรระวัง การเก็บรักษา
- มีบริการหลังขาย
วิธีตรวจน้ำตาลในเลือด
1. เตรียมเครื่องตรวจวัด และแถบทอดสอบหรือตลับทดสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
2. ปรับระดับความลึกของอุปกรณ์เข็มเจาะเลือดให้เหมาะสมกับสภาพความหนาของผิวบริเวณปลายนิ้ว
3. ล้างมือให้สะอาด และทำให้แห้ง
4. เจาะบริเวณด้านข้างของปลายนิ้วกลาง หรือนิ้วนาง
5. เจาะเลือดในปริมาณเพียงเล็กน้อยที่บริเวณปลายนิ้ว ไม่ควรบีบเค้น
6. กรณีที่เลือดไม่เพียงพอ ห้ามเค้นเลือด ให้เพิ่มระดับความลึกของเข็ม และเจาะเลือดใหม่โดยเปลี่ยนบริเวณที่เจาะ ไม่ซ้ำบริเวณเดิม
7. ตรวจวัดน้ำตาลในเลือดตามขั้นตอนการตรวจวัดของคู่มือการใช้งานหรือเอกสารกำกับที่มาพร้อมกับเครื่องตรวจวัด
8. กดห้ามเลือดบริเวณที่เจาะด้วยสำลีแห้งที่สะอาดจนเลือดหยุด
9. ทิ้งเข็มที่ใช้แล้วและวัสดุปนเปื้อนอื่นๆ ในภาชนะที่ป้องกันการแทงทะลุก่อนนำไปทิ้งถังขยะ
การอ่านค่า
ผู้ป่วยที่ต้องเจาะเลือดตรวจวันละหลายๆ เวลา ให้บันทึกค่าที่อ่านได้จากเครื่องวัด ในแบบบันทึกการตรวจน้ำตาลในเลือดประจำตัวผู้ป่วย ที่อยู่ท้ายเล่ม เพื่อใช้ติดตามผล และใช้ปรับระดับการให้ยาหรืออินซูลินได้เหมาะสม
อัตราค่าจัดส่ง
เรามีบริการจัดส่งในพื้นที่โดย Pandago และนอกพื้นที่โดย Flash เราคิดค่าจัดส่งตามน้ำหนักสินค้าคะ
แต่ในกรณีที่ปลายทางส่งสินค้าจัดอยู่ในเงื่อนไขเป็นพื้นที่ห่างไกล หรือ พื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ ของขนส่งเอกชน ทางร้านจะเปลี่ยนเป็นจัดส่ง EMS และจะมีค่าใช้จ่ายบวกเพิ่ม 25 บาท คะ
โดยนอกพื้นที่ใช้ระยะเวลาการจัดส่ง 2-3 วันทำการ และในพื้นที่ห่างไกลใช้ระยะเวลาการจัดส่ง 3-5 วันทำการ คลิ๊กอ่านเพิ่มเติมที่นี่คะ> นโยบายการจัดส่ง
ขั้นตอนการสั่งซื้อ
ขั้นตอนที่1
เลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการ จากนั้นคลิ๊กที่ หยิบใส่ตะกร้า ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลายรายการเท่าที่ต้องการคะ
ขั้นตอนที่ 2
เมื่อเลือกสินค้าครบทุกรายการแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของรายการที่สั่งซื้ออีกครั้ง คลิ๊กที่ ดูตะกร้าสินค้า คะ ระบบจะพาไปหน้า SHOPPING CART
ขั้นตอนที่ 3
ลูกค้าตรวจสอบรายการสั่งซื้อ ถ้าต้องการแก้ไขสามารถทำได้ที่หน้านี้เลยคะ เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว คลิ๊กที่ ปรับปรุงสินค้าในตะกร้า จากนั้นเมื่อพร้อมชำระเงินคลิ๊กที่ สั่งซื้อและชำระเงิน คะ
ขั้นตอนที่ 4
ระบบจะพามาหน้า CHECKOUT DETAILS ลูกค้าต้องกรอก ข้อมูลผู้ซื้อ ในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน และคลิ๊กที่ช่อง I'm not a robot ด้วยคะ ต่อไปให้คลิ๊กตรงช่องทางที่สะดวกชำระเงินคะ มีให้เลือก 2 ช่องทางคือ โอนเงินผ่านธนาคารและชำระผ่านบัตรเครดิต จากนั้นคลิ๊กที่ช่อง ฉันยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของเวปไซต์ และ ปุ่ม สั่งซื้อ
ขั้นตอนที่ 5
กรณีเลือกชำระโดยโอนผ่านธนาคาร ระบบจะพามาหน้า แจ้งชำระเงิน จะมีรายละเอียดเลขที่บัญชีธนาคารที่ให้ลูกค้าเลือกโอนได้ 3 ธนาคาร เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าสามารถส่งหลักฐานการโอนเงิน 2 ช่องทางคะ แนบไฟล์รูป หรือ ส่งผ่านทาง LINE
ขั้นตอนที่ 6
หากลูกค้าต้องการดูขั้นตอนการใช้เวปไซต์อย่างละเอียดอีกครั้งคลิ๊ก ที่นี่
เมื่อเราตรวจสอบความถูกต้องของยอดเงินโอนเรียบร้อยแล้ว เราจะจัดส่งสินค้าโดยเร็วที่สุด โดยปกติประมาณ 2 ชั่วโมงถึง 48 ชั่วโมงหลังลูกค้าชำระเงิน และจะส่งหลักฐานสลิปขนส่งหรือเลขที่ขนส่งให้ลูกค้าสามารถเช็คสถานะการจัดส่งได้ด้วยตัวเองคะ
รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์